Plasticizers: ปนเปื้อนอีกแล้ว!!

เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้สหาภาพยุโรปหรืออียูได้เตือนผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดในไทยให้ระวังการปนเปื้อนขอสารเคมีจำพวกพลาสติไซเซอร์

สารพลาสติไซเซอร์ (plasticizers) ที่ว่านี้ป็นกลุ่มของสารเคมีที่ใช้เติมแต่งในพลาสติกชนิดต่างๆ เพื่อทำให้มีความอ่อนตัวมากขึ้น ในอุตสาหกรรมผลิตภาชนะบรรจุอาหารจะใช้สารดังกล่าวเป็นสารเติมแต่งในพลาสติกพีวีซี (polyvinylchloride) ที่ใช้ในการทำแผ่นพลาสติกรองฝาขวดแก้วเพื่อให้ฝาขวดเปิดได้ง่ายขึ้น

สารพลาสติไซเซอร์ที่นิยมใช้เพิ่มคุณสมบัติให้กับพีวีซีส่วนมากจะเป็นสารในกลุ่มของ phthalate เช่น diisooctyl phthalate (DIOP) และสารในกลุ่มอิพ๊อกไซด์ของน้ำมันถั่วเหลือง

สมบัติของสารดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพลาสติกแล้ว เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างทางเคมีจะพบว่าสารในกลุ่มนี้มีส่วนของไฮโดรคาร์บอนสายยาวเป็นองค์ประกอบทำให้มีสภาพขั้วของโมเลกุลต่ำ (non-polar) สมบัตินี้ทำให้สาร DIOP ไม่ละลายน้ำแต่สามารถละลายได้ดีในไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบในอาหารประเภทน้ำพริกเผาและซอสผัดชนิดต่างๆ

เมื่อไขมันในผลิตภัณฑ์อาหารสัมผัสกับวัสดุที่มีส่วนผสมของสารพลาสติไซเซอร์จะทำให้มีการปนเปื้อนสารเคมีลงในอาหาร หากร่างกายได้รับสารแปลกปลอมในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการตกเลือดในปอด ตับโต เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกายและเกิดมะเร็งได้ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้สหภาพยุโรปจึงกำหนดค่ามาตรฐานการนำเข้าผลิตภัณฑ์ให้วัสดุที่สัมผัสอาหารทุกประเภทต้องมีสารพลาสติไซเซอร์ ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และเตรียมบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2552